24/2/52

Black Beauty

Do you have any horses? In the past time, they were important animals for carrying everything. This is a horse’s story name Black Beauty.

“Always be good, so people will love you. Always work hard and do your best.” These were the words of Black Beauty’s mother to her son when he was a young horse. At that time they lived with Farmer Grey. He was a good and kind man. Black Beauty was only son of Lord Westland’s best house. He had black, one white foot, a white star on his face, and some white on his back. He liked the food and kind words. When he got older, he learned to work with Mr. Gordon. In May took him away to Mr. Gordon’s home at Birtwick Part. There were two houses names Ginger and Merry legs. That head groom’s name was John Manly, he live with his family. His wife gave the name for Black Beauty. One day in autumn, after three days of heavy rain. Mr. Gordon and John went to the city with Black Beauty. They came to river. The water was very high under the bridge. When they started for home, the wind was stronger. Suddenly, a tree fell across the road with a CRARH! They had to go on the other road to the bridge. Black Beauty stopped, because something was wrong. There was a horse across the bridge, and a man ran out of the door. “Stop! Stop!” he said. “The bridge is breaking in the middle. Don’t come across it.” John looked at Black Beauty and smiled. “Thank you Beauty” he said. Then one day Mr. Gordon, John and James went to oxford. James was one of grooms at Birtwick Part. He drove Beauty and Ginger. It was a bout seventy-five kilometers. They went about fifty kilometers in one day then they stopped for the night at the biggest hotel in Aylesbury. That night, the hotel was fires, but James helped Beauty and Ginger. James went to work for Sir Clifford Williams of Clifford Hall, and Little Joe Green did him work. One night, Mr. Gordon’s wife was very ill. Beauty got the doctor for Mrs. Gordon. He was much tried and got ill after Little Joe gave a lot of cold water. John put things over him and made him warm, so he was better. Mrs. Gordon often ill, so they moved to the South of France. They sold Beauty and Ginger to Lord Westland at Earls Hall. Mr. York was the boss of that drivers and grooms. When Lady Westland went oust anywhere, York used a bearing rain for Beauty and Ginger. They didn’t like it. Beauty worked with it for four months, it hurt him every day. One day, Reuben Smith, Lord Westland’s younger son went to London with Beauty. He drunk and rode vary fast, and then they had an accident. He was dead. Beauty’s foot was bad too. York sold Beauty to Mr. Jerry Barker’s family. They didn’t know Beauty’s name, so they called Jack for Beauty. Beauty worked hard. He met Ginger by accident. She was tried and thin. The cold weather was bad for Jerry. He sold Beauty to Mr. Thoroughgood and then he took Beauty Rose Hall. One of the women, Miss Ellen, liked Beauty. Her groom, Little Joe, remembered Beauty. This was the last home for Black Beauty.

“Always be good, so people will love you. Always work hard and do your best.” Black Beauty always remembered his mother’s words. But this was sometimes difficult for him. Not everybody as kind as Farmer Grey.

23/12/51

ภาษาเขียนอ่าข่า

หลังจากที่แต่ละเชื้อชาติ แต่ละเผ่าพันธุ์ได้กระจัดกระจายออกไปอาศัยอยู่ตามที่ต่างๆ พระเจ้าก็ได้เรียกหัวหน้าของแต่ละเชื้อชาติมาเพื่อทำการมอบภาษาเขียนให้ เพื่อให้ใช้ในการบันทึกเรื่องราว หรือพิธีกรรมต่างๆ ต่างคนต่างก็เตรียมอุปกรณ์ไปเพื่อให้พระเจ้าประทานภาษาเขียนให้ อ่าข่าดีใจใหญ่ที่จะได้มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง ความดีใจบวกกับความตื่นเต้นของอ่าข่า จึงทำให้อ่าข่าลืมเอาอุปกรณ์ติดมือไปด้วย พอไปถึงพระเจ้าก็ได้ทำการมอบภาษาเขียนให้กับแต่ละเชื้อชาติ แต่ละ เผ่าพันธุ์ แต่พอคิวมาถึงอ่าข่า อ่าข่าไม่มีอะไรที่จะให้พระเจ้าเขียนตัวอักษรลงให้ แต่ก็ยังดีที่มีหนังวัวติดอยู่กับตัว จึงเอาหนังวัวแผ่นนั้นให้พระเจ้าเขียนตัวอักษรให้ หลังจากทุกเชื้อชาติได้ภาษาเขียนของตนเองที่พระเจ้าประทานให้แล้ว ก็ได้เดินทางกลับบ้าน

ด้วยระยะทางที่ไปเอาตัวอักษรจากพระเจ้านั้นไกลพอสมควร ทำให้แต่ละคนเหนื่อย พอมาได้ระยะหนึ่งอ่าข่าเกิดหิวข้าวขึ้นมา บวกกับไม่ได้ตระเตรียมเสบียงอาหารไปด้วย ขนาดที่เชื้อชาติอื่นได้เตรียมเสบียงมาพร้อม ท้ายสุดด้วยความหิวมาก อ่าข่าจึงตัดสินใจเผาแผ่นหนังวัวที่พระเจ้าประทานตัวอักษรให้กินจนอิ่ม เพราะเป็นทางเลือกสุดท้ายของเขา ที่จะทำให้เขากลับไปถึงหมู่บ้านได้ ด้วยอ่าข่ากินแผ่นหนังวัวที่พระเจ้าประทานตัวอักษรให้จนหมด อ่าข่าจึงไม่มีตัวอักษรใช้ตั้งแต่นั้นมา ขนาดที่เชื้อชาติอื่นมีตัวอักษรใช้กัน

ฉะนั้นในการทำอะไร หรือสืบทอดเรื่องราวต่างๆ อ่าข่าจึงได้แต่ใช้วิธีการจดจำ ชาวอ่าข่าจึงเป็นเชื้อชาติที่มีความจำดีเป็นเลิศ ในการจดจำและเรียนรู้ ไม่ว่าเรื่องสมุนไพร หรือบทสวดของหมอผีที่มีการถ่ายทอดโดยการบอกเล่าและฝึกปฏิบัติเอง การสืบทอดเรื่องราวต่างๆของชาวอ่าข่า จึงเป็นแบบการเรียนรู้จากรุ่นสู่อีกรุ่นหนึ่งจนถึงปัจจุบัน

เพื่อนผี

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า เขามีอาชีพล่าสัตว์ วันหนึ่งเขาออกไปล่าสัตว์ในป่า คืนนั้นเขายิงหนูได้ 1 ตัว แล้วเอากลับบ้านอย่างมีความสุขที่ได้อาหารเย็นแล้ว อีกคืนหนึ่งเขาก็ออกมาล่าสัตว์อีก คืนนี้เขายิงหนไดู้ เหมือนคืนที่แล้ว แต่พอเขาจะเดินไปเก็บหนู พอหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เขาเลยต้อง กลับบ้านด้วยมือเปล่า คืนต่อมาเขาก็ไปยิงหนูเช่นเคย แต่พอเดินไปเก็บหนู ก็พบว่ามีลูกธนูปักที่หนูอยู่ 2 ดอก ทั้งๆที่ยิงไปแค่ดอกเดียวเอง ชายผู้นี้จึงคิดว่าคงมีคนมายิงได้พร้อมเขาเหมือนกัน เลยแบ่งหนูแล้ววางไว้ที่เดิมครึ่งหนึ่งสำหรับเจ้าของธนูอีกดอกหนึ่ง คืนต่อมาเขาก็ออกไปยิงหนู แต่ขณะที่ซุ่มอยู่เขาก็ได้ยินเสียงผิวปาก เขาเลยถามออกไปว่าใครมาผิวปากแถวนี้ ให้ออกมาเร็วๆ แล้วผีก็ออกมาพร้อมบอกว่าเป็นคนที่เขาแบ่งหนูให้เมื่อคืน จากนั้นผีตนนี้ก็เลยชวนเขา ให้ขี่หลังเพราะผีจะพาไปเที่ยว แต่ต้องหลับตาขณะอยู่บนหลังด้วย ชายผู้นี้ทำตามโดยดี พอมาถึงเมืองผี เขาก็ลืมตา ชายผู้นี้ได้มีชีวิตอยู่ในเมืองผีจนมีภรรยาและลูกสาวด้วยกัน 1 คน การอยู่ในเมืองผี จะต้องพูดแต่ความจริง แต่ชายคนนี้ชอบพูดโกหก
อยู่มาวันหนึ่งผีตนเดิมที่พาเขามาก็ทนเห็นเขาโกหกต่อไปไม่ไหวเลยนำมาส่งที่เก่าที่เขามาโดยให้ลูกมาอยู่ด้วย เขากลับมาใช้ชีวิตทำไร่ ล่าสัตว์ เลี้ยงวัวควายเหมือนเดิม ลูกสาวของเขาเป็นเด็กฉลาด สามารถสร้างสะพานด้วยทราย ฆ่าวัวไปบูชา ครั้งหนึ่งลูกสาวของเขาฆ่าวัวไปบูชาพระเจ้า วัวตัวนั้นเป็นวัวของเจ้าของฟาร์ม ทั้งเขาและลูกเลยถูกไล่ออก ด้วยความที่ไม่มีอะไรทำ ลูกสาวเลยคิดทำรังนกไว้บนต้นไม้ แล้วขังปลาไหลเอาไว้ วันหนึ่งมีพ่อค้าจีนขี่ม้าผ่านมา ลูกสาวเลยเดินมาถามเศรษฐีว่า นี่คือรังอะไร ถ้าทายถูกจะยอมเป็นลูกจ้างตลอดชีวิต แต่ถ้าพ่อค้าจีนทายผิดต้องเอาม้ามาให้ แล้วพ่อค้าก็ตอบไปว่ามันคือรังนก แต่พอเอาลงมาดูก็ปรากฏว่า ในรังมีปลาไหล พ่อค้าเลยเสียม้า จากนั้นเป็นต้นมาสองคนพ่อลูก ก็ใช้มาตัวนี้ในการค้าขายจนร่ำรวย

แมวผู้มีอำนาจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีตั๊กแตน แมลงวัน กิ้งก่า และหิ่งห้อย เป็นเพื่อนกัน อยู่มาวันหนึ่ง สัตว์เพื่อนรักทั้งสี่ก็ชวนกันไปหาปลาที่แม่น้ำ เมื่อไปถึงแม่น้ำ กิ้งก่าก็พูดว่า “ ฉันจะไม่ตัดไม้มาตกปลาหรอก เพราะฉันจะใช้หางของฉันแทน ” จากนั้นกิ้งก่าก็คว้าเหยื่อมาผูกกับปลายหางแล้วก็รีบหย่อนลงในน้ำ ทันใดนั้นก็มีปลาตัวโตว่ายมาแล้วงับเอาทั้งเหยื่อและหางของเจ้ากิ้งก่าไป เจ้ากิ้งก่ารีบร้องให้เพื่อนช่วย “ ช่วยด้วย ! ช่วยด้วย ! ฉันถูกปลางับหาง ” พอพูดจบเจ้ากิ้งก่าก็หล่นหายไปกับสายน้ำ สัตว์ทั้งสามที่เหลือจากตกปลาต่อจนค่ำ เจ้าแมลงวันชวนเพื่อนๆกลับบ้าน เจ้าตั๊กแตนตอบไปว่า “ ฉันยังไม่กลับหรอก ขาฉันยาวอยู่แล้ว แป๊บเดียวก็ถึงบ้านแล้ว ” พอเพื่อนๆกลับกันไปหมด เจ้าตั๊กแตนก็ต้องเดินกลับคนเดียว มันเดินไปขาก็ติดกับหญ้า ต้องเสียเวลาแกะออก ดึกมาแล้วแต่เจ้าตั๊กแตนก็ยังไม่บ้านสักที มันพยายามเดินไปจนเจอรังนก พอเจอแม่นก เจ้าตั๊กแตนก็พูดว่า “ ขอฉันนอนด้วยได้ไหม ” แม่นกตอบว่า “ ฉันให้เธอนอนหลับด้วยไม่ได้หรอก ลูกฉันมีหลายตัว แล้วก็ยังเล็กมากด้วย ” “ ให้ฉันนอนเถอะ นี่มันดึกมากแล้ว เอาอย่างนี้นะ ฉันจะนอนหุบขาหุบแขนให้นะ ” ตั๊กแตนกล่าว
จากนั้นพอนอนไปจนถึงรุ่งเช้า ก็มีกวางตัวหนึ่งมาร้องอยู่หน้ารังนกทำให้เจ้าตั๊กแตนตกใจ ไปถีบที่หัวลูกนกจนแตก แม่นกถามว่า ” ทำไมมาถีบหัวลูกฉัน ” ตั๊กแตนตอบว่า “ ก็เพราะกวางมันร้อง ฉันตกใจเลยถีบหัวลูกเธอ ” แม่นกเลยถามกวางว่า “ เธอร้องทำไมกวางน้อย ” “ ฉันตกใจที่ต้นไม้ล้ม ” กวางตอบ กวางก็หันไปถามต้นไม้ว่าเหตุใดต้นไม้จึงล้ม “ ก็ปลวกจะมากินฉันนี่ ” ต้นไม้ตอบ ต้นไม้หันไปถามปลวกว่า “ เธอมากินฉันทำไม ” ปลวกตอบว่า “ ควายจะมาเหยียบฉัน ฉันเลยต้องกินเธอไง ” จากนั้นเจ้าปลวกก็หันไปถามควายถึงสาเหตุบ้าง ควายตอบว่า “ ฉันกลัวถูกเชือกมัด ฉันเลยต้องกินเธอไง ” จากนั้นควายก็หันไปถามเชือกด้วยคำถามเดียวกัน กับที่ถามกันมา เชือกก็ตอบว่า “ ฉันถูกหนูไล่กัด ” “ แล้วหนู เธอมากัดฉันทำไม ” “ เจ้าแมวอ้วนจะมาจับฉันกิน ” หนูตอบ หนูเลยถามแมวกลับไปว่า “ จะมาจับฉันทำไม ” แมวตอบว่า “ หัวหน้าฉันสั่งมา ” เมื่อรู้ความจริงเช่นนี้ ก็ไม่สามารถใครได้ เพราะความเชื่อของอาข่าบอกไว้ว่า ห้ามฆ่าและกินแมว

คางคกกับเสือ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีคางคกกับเสือเป็นเพื่อนกัน วันหนึ่ง คางคกก็ท้าเสือว่า “ เรามาลองดูไหมว่าใครจะสามารถข้ามแม่น้ำได้เร็วกว่ากัน ” เมื่อเสือตอบตกลง เจ้าคางคกก็บอกเสือว่า “ ถ้าเจ้าไปถึงกลางแม่น้ำให้กระดิกหาง 3 ครั้งด้วยนะ ” จากนั้นเสือก็เดินข้ามแม่น้ำไป เมื่อไปถึงกลางแม่น้ำ เสือก็กระดิกหางไป 3 ครั้ง เจ้าคางคกก็รีบกระโดดเกาะหางเสือ แล้วเจ้าคางคกก็รีบกระโดดข้ามไปถึงฝั่ง โดยที่เสือไม่รู้ว่าคางคกหลอกใช้ พอมาถึงฝั่ง เสือเห็นคางคกรออยู่แล้วก็สงสัยเลยถามออกไปว่า “ ทำไมเจ้าถึงมาเร็วนักล่ะ ” “ ใช่ ข้ามารอเจ้านานมาจนกินหมากหมดรสชาติไปแล้วคำหนึ่ง ” แล้วต่อมาคางคกก็ท้าเสืออีกว่า “ เรามาลองดูไหมว่า ใครจะอยู่ในกองไฟได้นานโดยไม่ไหม้ ” จากนั้นเจ้าคางคกก็อาสาเข้าไปคนแรก มันลงไปในหลุมที่แอบขุดเอาไว้ก่อนจุดไฟ แล้วเสือก็เป็นคนจุดไฟ เสร็จแล้วเสือก็แช่งให้คางคกตายเร็วๆ พอไฟติดได้ครู่หนึ่ง คางคกก็ออกมาพร้อมกับตัวที่เปื้อนไปด้วยขี้เถ้า เจ้าเสือตกใจและงงว่า คางคกรอดมาได้อย่างไร เลยถามคางคกว่า “ เจ้าทำยังไงถึงไม่ไหม้ ” คางคกตอบว่า “ ยิ่งไฟแรงก็ต้องยิ่งเข้าไปอยู่ในกองไฟ ” ต่อมาถึงตาเสือเข้าไปบ้าง คางคกก็เป็นคนจุดไฟ แล้วก็แช่งเสือให้ตายเร็วๆบ้าง พอไฟลุกเสือก็รีบวิ่งกระโจนเข้าไปในกองไฟ แต่ก็รีบออกมาเพราะ ถูกไฟไหม้จนทำให้ตัวเสือกลายเป็นลายไหม้ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ต่อมาเสือก็ท้าคางคกบ้าง “ เรามาอ้วกแข่งกันดีกว่า ” เสือเริ่มอ้วกออกมาก่อน ในกองอ้วกของเสือมีแต่กระดุกสัตว์ทั้งนั้น พอถึงตาเจ้าคางคก มันก็อ้วกออกมาบ้าง ในกองอ้วกของคางคกมีขนเสือปนออกมาด้วย ทำให้เสือตกใจมากและคิดว่าคางคกตัวนิดเดียวสามารถกินเสือที่ตัวใหญ่กว่าได้ด้วยหรือ เสือกลัวถูกคางคกกิน เลยรีบวิ่งหนีคางคกไปเจอลิงฝูงหนึ่ง ลิงเลยถามว่า เสือวิ่งมาทำไม เสือตอบว่า “ ข้าหนีเจ้าคางคกมา มันกินเสือได้ทั้งตัวแน่ะ ” พวกลิงพากันหัวเราะเยาะในความโง่ของเสือ

ช้างกับราชสีห์

กาลครั้งหนึ่งช้างกับราชสีห์เป็นเพื่อนกัน พวกเขาได้ยินคนในหมู่บ้านคุยกันว่า หมู่บ้านหนึ่งมีครกกระเดื่องที่ไม่ต้องใช้แรงคนตำแต่ใช้แรงจากน้ำแทน พวกเขาอยากจะเห็นอย่างยิ่งจึงคุยกันว่า ราชสีห์ : ถ้าจะไปดูใครที่ฉลาดกว่าฉัน ฉันก็คงทนดูไม่ได้หรอก
ช้าง : แต่ฉันไม่กลัวหรอก ฉันตัวใหญ่เหยียบดิน ดินก็ยุบ ไปลากไม้ ไม้ก็ยังหัก ราชสีห์เห็นความตั้งใจของช้างว่ายังไงจะไปดูให้ได้ก็บอกกับช้างว่าให้ฝากอัณฑะไว้กับตน(ช้างจึงไม่มีอัณฑะ) ช้างฝากอัณฑะไว้แล้วจึงออกเดินทาง จนกระทั่งเจอช่างตีเหล็กผู้เฒ่าลูกชาย 2 คนกำลังเผาเหล็กอยู่ที่เตาไฟ พอดีช้างเดินเข้าไปพวกเขาตกใจจึงเอาเหล็กนาบที่คอช้าง ช้างกลัวจึงยอมให้คนเป็นเจ้าของ ทำให้ช้างกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของคนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นกแก้วกับยักษ์

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งมี พ่อหม้ายอาศัยอยู่กับลูกสองคน เขามีความคิดอยากจะมีภรรยาใหม่เขาจึงเข้าไปจีบผู้หญิงในหมู่บ้าน แต่หญิงสาวคนนั้นบอกว่าถ้ามีลูกแล้วจะไม่แต่งงานด้วย ให้พาลูกไปไว้ที่อื่น รุ่งเช้าเขาหลอกลูกเดินไปข้างนอกแล้วก็ฝังลูกทั้งเป็นแต่โชคดีที่สุนัขมาช่วยขุ้ยหลุม เด็กน้อยทั้งสองจึงรอดกลับมาบ้านได้

วันต่อไป พ่อก็พาเดินออกไปในป่า ระหว่างทางมีดอกไม้ ห่อจึงหลอกให้ลูกรออยู่ตรงนั้นแล้วเขาแอบเดินกลับบ้านคนเดียว ลูกๆก็พากันร้องไห้ ใกล้ๆกับที่เด็กๆอยู่นั้นมีสามี ภรรยายักษ์คู่หนึ่งทำไร่อยู่แถวนั้น ทั้งสองชวนกันออกมาดูเห็นเด็กน่ารักสองคน พ่อยักษ์อยากจะกินเนื้อเด็กๆแต่แม่ยักษ์อยากจะเลี้ยงไว้จึงขอพ่อยักษ์ ทั้งสองจึงพาเด็กๆกลับบ้าน

วันต่อมา พ่อยักษ์และแม่ยักษ์จะออกไปข้างนอกได้สั่งลูกๆว่าอย่าขึ้นไปเล่นบนเพดานบ้านนะ สองวันแรกลูกๆก็เชื่อฟังดีแต่วันที่สามด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงพากันปีนขึ้นไปดู น้องชายพลาดเดินไปชนกระทะที่มีน้ำยาอยู่ข้างในนิ้วข้างหนึ่งจุ้มลงไปในน้ำยาซึ่งไม่สามารถล้างออกได้แต่ด้วยความกลัวพ่อกับแม่จะรู้ ว่าเล่นซนจึงเอามีดขู่ออก เมื่อพ่อแม่กลับมาบ้านน้องก็เอามือซ่อนไว้ข้างหลัง แม่สงสัยจึงดึงนิ้วออกมาเมื่อเห็นบาดแผลของลูกก็เอานิ้วอมไว้ในปาก เมื่อเอาออกมาแผลก็หายไป

วันต่อมาเด็กๆก็พากันขึ้นไปเล่นอีก คราวนี้ทั้งสองคนตกลงไปในกระทะทั้งตัว โดยเอาโซ่มาผูกไว้ที่คอ ทำให้ทั้งสองกลายเป็นนกแก้ว บินออกไปเกาะอยู่ที่ต้นไม้หน้าบ้าน พ่อแม่กลับมาก็เสียใจที่ลูกกลายเป็นนก เมื่อบอกให้ทั้งสองลงมาลูกๆก็ไม่ยอมลง พ่อกับแม่ร้องไห้จนขาดใจตาย พี่และน้องช่วยกันขุดหลุมฝังศพพ่อแม่ เสร็จแล้วก็พากันบินเข้าป่าไป วันเดียวกันนั้นลูกสาวของเจ้าเมืองได้ออกมาดักนก นกตัวน้องบินไปติดกับของหญิงสาว เธอจับออกมาดูแล้วพอใจที่นกตัวนี้สวย ดูไปดูมาเห็นโซ่ที่คอของนกเธอจึงดึงออก ทันใดนั้นนกได้กลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม เธอจึงกลับไปบอกพ่อและแม่ว่าเธอจะแต่งงาน ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เวลาผ่านไปสามีบอกกับภรรยาว่า ตอนนี้ชีวิตของผมมีทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์แล้วเหลือเพียงอย่างเดียวที่ผมยังไม่มี คือผมอยากจะไปตามหาพี่ชายของผมที่พลัดพรากกันมานาน หลังจากวันนั้นเขาจึงออกตามหาพี่ชายจนได้เจอกัน และมาอยู่ด้วยกันจนพี่ชายไปตามหาคู่ของตัวเอง